www.pongpansport.com: ขายลูกเปตอง OBUT Free Stats
  สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

ที่เรียกกันว่าเปตอง



 ที่เรียกกันว่าเปตอง

           ฯพณฯ องคมนตรี พลอากาศตรี กำธน สินธวานนท์ ได้เล่าถึงที่มาของกีฬาเปตองว่า กำเนิดขึ้นที่ประเทสฝรั่งเศส ตั้งแต่สมัยพระเจ้านโปเลียนมหาราช พวกทหารในกองทัพได้เอาลูกปืนใหญ่มาเล่นกันในยามว่าง จนพัฒนามาเป็นกีฬาเปตองในสมัยปัจจุบัน เปตอง เป็นกีฬาที่เน้นความสามารถทั้งใจและกายเสมอกัน สรีระแข็งแรงก็ไม่อาจชนะได้ หากไม่มีจิตใจที่แน่วแน่พอ การเล่นจึงขึ้นอยู่กับตัวบุคคลก่อน และบุคคลเหล่านั้นก็มีผลต่อทีมอย่างมาก ดังนั้นจึงดูเหมือนว่า เปตองเป็นกีฬาที่ทำให้คนเล่นรู้ว่าตัวเองและสังคมอยู่ที่ใด และควรจะอยู่เช่นไร การเล่นเปตองต้องการเนื้อที่จำนวนไม่มากนักโดยกำหนดขนาด
ของ สนามไว้ประมาณ 4 เมตร คูณ 15 เมตร พื้นสนามเป็นพื้นดิน คุณยงยุทธบอกว่า “สนามเป็นดิน เป็นทราย จะโรยกรวดเล็กหรือไม่ ยังไงก็ได้ ขอเพียงไม่ใช่หญ้าหรือซีเมนต์” เปตองเป็นกีฬาที่ประกอบด้วยเครื่องมือการเล่นที่กระทัดรัดน่ารัก เพราะอุปกรณ์สำคัญนั้นคือลูกเปตอง ที่มีลักษณะเป็นโลหะกลมเคลือบ ซึ่งในการเล่นเรียกว่าลูกบูลขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตามกติกาคือ 7.50 – 8.00 เซนติเมตร มองภายนอกจะเห็นเป็นลูกกลมสีเงินขนาดใหญ่กว่าลูกบิลเลียดเล็กน้อย แต่พอยกขึ้นกลับมีน้ำหนักมากกว่า ลูกหนึ่งๆหนัก(ตามกติกา) อย่างน้อย 650 กรัม อย่างมาก 800 กรัม โดยต้องมีการแกะสลักขนาดน้ำหนักลงบนลูกบูลด้วย การที่ลูกเปตองมีน้ำหนักมากนี้เองคือหัวใจสำคัญของการกีฬาชนิดนี้ เพราะประสงค์จะให้ผู้เล่นซึ่งอาจจะเป็นผู้สูงอายุได้ออกกำลังแขนเมื่อยกขึ้น และได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกายเมื่อเหวี่ยงลูกที่มีน้ำหนักนี้ไปยังเป้า หมาย ผู้เล่นในกีฬาประเภทนี้อาจเล่นแข่งกันเป็นสองฝ่าย เล่นได้ตั้งแต่ละฝ่ายละ 1 คน ไปจนถึงฝ่ายละ 3 คน หากเล่นฝ่ายละ 3 คน ผู้เล่นแต่ละคนจะถือลูกบูลคนละ 2 ลูก แต่ถ้าเล่นฝ่ายละ 1 คน หรือ 2 คน ก็จะถือลูกบูลคนละ 3 ลูก พูดง่ายๆก็คือ ยิ่งคนเล่นน้อย ยิ่งต้องถือลูกบูลมาก ลูกบูลของแต่ละฝ่ายจะต่างกันโดยแกะลายลงบนพื้นผิวเพื่อสร้างความแตกต่าง ส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายลูกเกลี้ยง และฝ่ายลูกลาย จากนั้นก็จะจับฉลากกันเพื่อจะหาฝ่ายโยนลูกเป้า ซึ่งเป็นลูกกลมเหมือนกันแต่ทำด้วยไม้หรือใยสังเคราะห์ และมีสีสันสะดุดตา ผู้เล่นจะทำการเสี่ยงว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายเริ่มโดยเริ่มตั้งแต่การโยนลูกเป้า จากนั้นจึงเริ่มเล่น คนที่หนึ่งในทีมจะได้โยนลูกบูล ของฝ่ายตนก่อนโดยต้องโยนให้ใกล้ลูกเป้ามากที่สุด จากนั้นสลับให้อีกฝ่ายมาโยน ใครโยนได้ใกล้กว่าก็จะนับแต้มไป สลับกันไปเช่นนี้จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะได้แต้มครบตามกำหนด 15 13 หรือ 11 ก่อน และเพื่อให้ตื่นเต้นยิ่งขึ้น ในกรณีที่ลูกของผู้โยนก่อนใกล้ลูกเป้ามาก อาจถึงขนาดชิดสนิท ผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่งจึงจะมีการ “ตี” ลูกของอีกฝ่ายให้ห่างลูกเป้าได้โดยผู้โยนทีหลังจะต้องโยนให้แรงถึงขนาดที่ทำ ให้ลูกขอฝ่ายที่โยนก่อนกระเด็นออกห่างออกไป การเล่นเปตองให้ชนะจึงต้องการสมาธิมาก การแน่วแน่ทั้งด้านสายตาและรวบรวมการเครื่อนไหวของร่างกายให้เป็นหนึ่งเดียว จะทำให้โยนลูกไปได้ตรงตามเป้าหมาย ครั้นเมื่อโยนลูกไปแล้ว เมื่อจะเล่นอีกรอบหนึ่งก็ต้องเดินเก็บลูกต่างๆ นั้นด้วยตัวเอง เปตองจึงเหมาะสำหรับผู้มีอายุก็ด้วยเหตุที่ไม่ต้องเครื่อนไหวร่างกายจนเกิน กำลังไป อยู่ในความพอดีและได้สมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ พลอากาศตรี กำธน สินธวานนท์ เสริมว่า“กีฬาเปตองนี่มันเป็นกีฬาที่เล่นง่ายไม่ต้องมีสนามมีอะไรที่หรูหรา เล่นที่ไหนก็ได้ โคนต้นไม้ ลานวัด ที่ฝรั่งเศสเขาก็เล่นกันทั่วไป และข้อสำคัญเล่นได้ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งคนแก่เล่นเมื่อไหร่ก็ได้”

 

Thank>http://www2.egat.co.th/petanquethailand/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=18&Itemid=39 

Tags : ที่เรียกกันว่าเปตอง กีฬาเปตอง การเล่นเปตอง

view